The Blue Mosque หรือ สุเหร่ามุสลิมสีฟ้า

blue-mosque-pic

          หากคุณไปเที่ยวตุรกี หนึ่งในสถาปัตยกรรมที่ไม่ควรพลาดเลยนั่นคือ สุเหร่าสีฟ้า หรือในชื่อเดิม มัสยิสสุลต่านอาห์เหม็ด ที่ได้ชื่อ สุเหร่าสีฟ้า เป็นเพราะว่า การเลือกใช้วัสดุบนกำแพงชั้นในของสุเหร่าทำมากจากกระเบื้องอิคนิซสีฟ้าสดใส ลายดอกไม้ต่างๆ เช่นกุหลาบ คาเนชัน ทิวลิป Mosque

สุเหร่าสีฟ้า ตั้งอยู่ที่เมืองอิสตันบลู ประเทศตุรกี ก่อสร้างในสมัย สุลต่านอาเหม็ดที่1แห่งราชวงศ์ออตโตมัน สร้างในปี พ.ศ.2152 – 2159 (ค.ศ.1609 -1616) สร้างเสร็จก่อนสุลต่านสวรรคตเพียง 1 ปี ซึ่งพระองค์มีพระชนมายุได้ 27 พรรษาเท่านั้น แรงบันดาลใจในการสร้างมาจากต้องการเอาชนะความยิ่งใหญ่ของวิหารเซนต์โซเฟีย คริสตจักร เนื่องจากวิหารนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง สถาปนิกผู้ออกแบบ มีชื่อว่าเมห์เมต อาอา ต้องการแสดงศักยภาพให้เหนือกว่าสถาปนิกที่ออกแบบวิหารคริสตจักร จึงบรรจงตั้งใจออกแบบสุเหร่าสีฟ้านี้ โดยออกแบบสุเหร่าให้ยิ่งใหญ่มากกว่า และมีลักษณะเป็นโดมหลังคาโค้งเพื่อให้เวลาสวดมนต์ เสียงสวดจะก้องกังวานไม่ต้องใช้เครื่องขยายเสียง โดยปกติสุเหร่าทั่วไปจะมีหอสวดมนต์เพียงแค่ 1-2 หอ แต่สำหรับที่นี่มีหอสวดมนต์(หอมินาเร็ต)ถึง 7 หอ และทั้งหมดตั้งทิศทางหันหน้าทำพิธีกรรมไปที่เมืองเมกกะ อันเป็นนครศักดิ์สิทธิ์ของชาวมุสลิมนั่นเอง ในขั้นตอนการออกแบบ เดิมทีได้มีการวางแผนจะสร้างเพียง6 หอ เนื่องจากองค์สุลต่านได้มีพระประสงค์อยากจะให้สร้างเป็นทองคำทั้งหมด แต่ด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงมาก อีกทั้งทองยังไม่เหมาะที่จะมาอยู่ในงานสถาปัตยกรรม เมห์เมต อาอา จึงได้คิดการเล่นคำขึ้น นั่นคือคำว่า อัลทึ่น ในภาษาตุรกีเป็นคำพ้องเสียง ที่แปลว่า หก หรือ ทองคำ แต่เมื่อสร้างเสร็จแล้วกลับพบว่า ความยิ่งใหญ่นั้นเทียบเท่าหอสวดที่เมกกะ ที่มีจำนวนหอสวด 6 หอ จึงต้องสร้างเพิ่มอีก 1 หอ เป็น7หอดังที่กล่าวมาข้างต้น ภายในหอประกอบด้วย หน้าต่าง 260บาน สลับด้วยกระจกหลากสีสันตระการตา ภายนอกการออกแบบผังอาคาร ตัวอาคารจะวางด้านหน้าเข้าหาวิหารเซนต์โซเฟีย เป็นนัยเรื่องประชันความงามและขนาดอันยิ่งใหญ่ บริเวณสนามด้านหน้าและบริเวณรอบ เป็นที่ฝังศพของกษัตริย์และพระราชวงศ์ อีกทั้งมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนทั่วไป ได้แก่ ห้องสมุด โรงเรียนสอนโกหร่น โรงพยาบาล โรงอาบน้ำ ที่พักกองคาราวาน โรงครัวสาธารณะ

ในปัจจุบันทางสุเหร่าได้เปิดให้เข้าชมและเข้าไปละหมาดได้ 24 ชม.โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพียงแต่เมื่อเข้าชม ต้องถอดรองเท้า ไม่สวมแว่นตา สำหรับผู้หญิงต้องมีผ้าคลุมหัว และในเวลากลางคืนจะมีการจัดแสดงแสง สี เสียงอีกด้วย นับเป็นสถานที่ ที่ควรไปสักครั้งที่มีโอกาส เพราะที่นี่ได้รับการจัดอันดับที่6 สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจของอิสตันบลู และได้รับรางวัล Traveller’s Choice ในปี 2015 อีกด้วย