รีวิวเที่ยวเมือง Cappadocia ขึ้นบอลลูน ชมนครใต้ดิน พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง Goreme

Cappadocia

‘ตรุกี’ เป็นประเทศในฝันของนักเดินทางมากมายหลายต่อหลายคน เนื่องจากเป็นประเทศอุดมธรรมชาติ รวมทั้งมีสถานที่น่ามาเยือนสวยงามมากมาย และสิ่งหนึ่งซึ่งคุณจะพลาดไปไม่ได้เลย ถ้ามีโอกาสได้มาเยือนประเทศตรุกี นั่นก็คือ การได้นั่งบอลลูนขนาดยักษ์ มีสีสันสดใส ลอยขึ้นไปล่องลอยท่ามกลางฟ้าสีคราม

เมือง Cappadocia

เมืองแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณกลางๆ ของประเทศตุรกี โดยเป็นดินแดนที่มีความสำคัญมาก อีกทั้งยังเป็นแหล่งอารยธรรมที่มีมาตั้งแต่ครั้งโบราณ อันเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหม ซึ่งเป็นเส้นทาง การค้าขายแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับประเทศอื่นๆ ซึ่งทอดตัวยาวจากตุรกีจวบไปจนถึงประเทศจีน

โดยเอกลักษณ์ซึ่งทำให้เมือง Cappadocia กลายมาเป็นจุดหมายปลายทาง ของนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลก ก็คือ ภูมิประเทศ อันเป็นเอกลักษณ์อันเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ ในสมัยโบราณกาล โดยลาวาซึ่งพร้อมหลอมเหลวทุกสิ่ง และเถ้าถ่านจำนวนมหาศาล ได้พวยพุ่งออกมาพร้อมกระจายไปทั่วบริเวณ จนกระทั่งเกิดการทับถมกันกลายเป็นแผ่นดินชั้นใหม่ หลังจากนั้นก็ผ่านกระบวนการกัดกร่อนจาก น้ำ, ลม, ฝน, แดด รวมทั้งหิมะ จนก่อเกิดเป็นภูมิประเทศ ซึ่งมีความสวยงามแปลกตา อันน่าอัศจรรย์

ขึ้นบอลลูนท่องนภา ณ เมือง Cappadocia

หนึ่งในไฮไลท์ที่คุณห้ามพลาดเป็นอันขาด ในการมาเยือนแคว้น Cappadocia นั่นก็คือการขึ้นบอลลูน โดยความงดงามของทัศนียภาพของเมืองแห่งนี้ เมื่อมองลงมาจากบนบอลลูน ต้องกลายมาเป็นประสบการณ์ที่คุณจะไม่มีวันลืมเลือนอย่างแน่นอน

เมือง Goreme

เมือง Goreme เป็นอีกเมืองหนึ่งในประเทศตุรกี มีสถานที่แปลกๆ น่าสนใจมากมาย และหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่ง ซึ่งเราไม่อยากให้คุณพลาด นั่นก็คือ พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแห่งเมือง Goreme นั่นเอง โดยเป็นสถานที่มีความงดงาม แปลกตา อันเป็นรูปแบบเฉพาะตัว อีกทั้งยังอัดแน่นไปด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ จนกระทั่งได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การUNESCO ให้เป็นมรดกโลกในปี 1984 ความเป็นมาของพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแห่งนี้ สร้างโดยชาวคริสเตียน พวกเขาหลบหนีการเข่นฆ่าคนต่างศาสนาของทหาร Ottoman พร้อมสร้างโบสถ์เอาไว้มากกว่า 30 แห่ง จนกระทั่งสถานที่แห่งนี้ ได้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งสำนักสงฆ์ ในปี ค.ศ. 300 – 1200 โดยภายในมีภาพวาดสไตล์ Fresco บนผนังและบริเวณเพดานภายในถ้ำซึ่งถูกวาดไว้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 เป็นศิลปะโบราณหากแต่สามารถเหลือรอดมาจนถึงปัจจุบันได้ เรียกได้ว่าเป็นชิ้นงานอันงดงาม ตรึงตราตรึงใจแก่ผู้มาเยือนโดยแท้จริง ต่อมาเมื่อชาวคริสเตียนได้รับอิสรภาพแล้ว พวกเขาก็ได้สร้างโบสถ์ในบริเวณนี้ขึ้นอีกมากมาย เพราะพวกเขาเกิดความรักต่ออาณาเขตบริเวณนี้แล้วนั่นเอง