รีวิวท่องเที่ยวเมือง Pamukkale

Pamukkale

สำหรับในวันนี้เราจะพาคุณผู้อ่านทุกท่าน ไปแหวกว่ายกับสระน้ำไร้ขอบอันมาจากธรรมชาติแท้ๆ โดยเกิดจากธารน้ำแร่ใต้ดิน ทีได้หลั่งไหลลงมารวมกัน จนกลายเป็นแอ่งน้ำหินปูน อันมีชื่อเสียงมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และสถานที่แห่งนี้จะมีความพิเศษมากมายขนาดไหน ไปชมกันเลย

Pamukkale ดินแดนอันสุดแสนน่าตะลึง ปราสาทปุยฝ้าย แห่งประเทศ ตุรกี

Pamukkale แปลว่า ปราสาทปุยฝ้าย ความเป็นมาของชื่อนี้ ตั้งตามลักษณะของภูมิศาสตร์ อันเกิดจากปรากฏการณ์ธรรมชาติ ตะกอนของหินปูนได้ทำปฏิกิริยากับอากาศ จนจับตัวแข็งกลายเป็นแอ่งหลายๆ แอ่ง อีกทั้งยังมีลำธารน้ำแร่ใต้ดินไหล ซึ่งล้นจนผุดขึ้นมาบนผิวโลก เมื่อผุดมากๆ เข้าก็รวมกลายเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ หลายแอ่ง ซึ่งลดหลั่นกันลงมาแบบเตี้ยๆ มีความกว้างขนาด 300 เมตร และยาวกว่า 3 กิโลเมตร เป็นภาพชวนตะลึงมากๆ

ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ เป็นช่วงเหมาะที่สุดในการที่คุณจะเยือน Pamukkale ช่วงนี้น้ำจะขึ้นมาจนล้นแอ่ง ทางด้านฤดูร้อนนั้นคุณไม่อาจสัมผัสได้กับความสวยงามเช่นนี้ได้ และจากปัญหาซึ่งสืบเนื่องมาจาก การไม่มีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว จึงส่งผลกระทบทำให้ Pamukkale อาจถูกลดทอนสวยงามจากเมื่อ 20 ปีที่แล้วอยู่มาก ทำให้รัฐบาลตุรกีร่วมด้วยองค์กรUNESCO จึงต้องเข้ามาจัดการดูแลอย่างเข้มงวด ด้วยการจัดระเบียบการท่องเที่ยว สั่งปิดถนนเส้นใกล้กับแอ่งน้ำ รวมทั้งห้ามนำรถบัสมาจอดในบริเวณแหล่งท่องเที่ยวเด็ดขาด การเข้าชมปราสาทแห่งนี้ ต้องใช้วิธีเดินเท้าเข้าไป ประมาณ 1.5 กิโลเมตร

Pamukkale แร่หินปูนสุดมหัศจรรย์ บังเกิดความสวยงามไม่เหมือนใครในโลก

ธารน้ำแร่จำนวนมหาศาลได้ไหลลงมารวมกันเป็นแอ่งน้ำหินปูนขนาดใหญ่ มีชื่อเสียงมากในประเทศตุรกี โดยบ่อน้ำร้อนแห่งนี้มีความสวยงามศักดิ์สิทธิ์ ราวกับเป็นน้ำพุร้อนแห่งสวรรค์ โดยน้ำพุ มีสรรพคุณในการบำบัดโรคร้ายต่างๆ จนกลายเป็น SPA อันมาจากธรรมชาติอย่างแท้จริง และเป็น SPA มีมาอย่างยาวนานมากกว่า 2,000 ปี โดย Pamukkale ได้รับการขึ้นชื่อให้เป็นมรดกโลกพร้อมกับ เมืองโบราณ Hierapolis โดยองค์กร UNESCO

หากแต่อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่อ่านแล้วมีความฝันอยากไปนอนแช่ SPA ธรรมชาติ Pamukkale อาจต้องผิดหวัง เนื่องจาก ทางภาครัฐได้อออกมาตรการ ที่มีความเข้มงวดในระดับขั้นสุดยอด ให้ผู้มาเยือนทำได้แค่เพียงเดินลุยน้ำแร่อุ่นๆ พอสังเขปเท่านั้น หากแต่ก็มีนักท่องเที่ยวบางรายฝ่าฝืน จนทำให้ทางภาครัฐต้องเพิ่มความเข้มงวดเข้าไปอีก ด้วยการจัดเวรยามคอยสอดส่องตลอดเวลา แต่เราก็ได้แต่วิงวอนว่านักท่องเที่ยวทุกท่าน จะตระหนักในความสำคัญของธรรมชาติอันแสนล้ำค่าแห่งนี้ และช่วยกันอนุรักษ์จนกลับมามีความสวยงามดังเดิม